เปรมเลิกช้ำ ลุยงานบันเทิง
- Sunday, December 28, 2008, 22:53
- ข่าวบันเทิง
- 21 views
- Add a comment
“เปรม” เลิกช้ำ โดดเข้าวงการเต็มตัว สุดฮอตทั้งงานเดินแบบถ่ายแบบรุมจองตัว ล่าสุดประเดิมเล่นหนังให้กับค่ายไฟว์สตาร์ ซ้ำยังจ่อคิวเป็นพิธีกร เจ้าตัวดีใจเผยฝันอยากเข้าวงการตั้งแต่เด็ก
ตั้งแต่คบกับ “ทาทา ยัง” ชื่อ “เปรม บุษราคัมวงศ์” ก็เป็นที่รู้จักไปทั่วบ้านทั่วเมือง กระทั่งเลิกกันชื่อของเปรมก็ยังไม่หล่นบัลลังค์คนดัง ทุกวันนี้เปรมยังมีงานเดินแบบถ่ายแบบหรือแม้แต่งานโชว์ตัวตามอีเว้นท์ต่างๆ เรียกว่างานรุมไม่แพ้ดาราเลยทีเดียว
ล่าสุดเจ้าตัวก็ตัดสินใจก้าวเข้าวงการบันเทิงเต็มตัวด้วยการรับเล่นหนัง “BEFOR E VALENTINE” ของค่ายไฟว์สตาร์ ซึ่งเปรมยอมรับว่า ที่ตัดสินใจรับเล่นเพราะถือว่าเป็นโอกาสที่ดี และที่สำคัญยังเป็นการทำความฝันให้เป็นจริง เนื่องจากเปรมฝันอยากจะเข้าวงการตั้งแต่เด็ก นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีงานอื่นๆ ติดต่อมาอีกเพียบ เรียกว่าปีหน้านั้นเราจะได้เห็นเปรมในอีกหลายๆ บทบาท
“ในชีวิตนี้ผมมีสองสิ่งที่อยากทำก็คือแฟร์เท็กซ์และเข้าวงการ ฉะนั้นพอมีโอกาสก็อยากจะลองทำดู ตอนเด็กๆ ผมอยากเล่นหนัง ตอนนั้นในวงการมีอะไรเยอะแยะที่อยากทำ แต่พอโตมาผมก็ไม่ได้มีโอกาสเพราะเรียนที่อเมริกา แล้วกลับมาก็ทำงานให้พ่อ ตอนนี้มีโอกาสก็เลยอยากทำเพราะเราก็แอบฝันมันเป็นความฝัน ก็สนุกสนานดี”
“ก็พอดีทางไฟวสตาร์ติดต่อมา มีบทหนึ่งซึ่งบทนี้ไม่น่ายาก คิดว่าไม่ยาก เพราะว่าเปรมพึ่งมีความรักดีๆ ที่จบไป เขาคิดว่าเปรมน่าจะเล่นได้ น่าจะถ่ายทอดออกมาได้ดี คิดว่าเขาอาจจะดูเปรมมานาน อาจจะดูมาตลอด น่าจะดูจากข่าวด้วย เขาก็ดูข่าวความรักเปรมน่าจะดีมาตลอด คิดว่าบทมันคงใกล้ๆ กัน น่าจะให้ความรู้สึกเหมือนกัน”
“แว๊บแรกที่เขาติดต่อมาก็แบบเฮ้ย…จริงเหรอ เล่นได้เหรอ แต่ก็อยากลองเพราะมันก็ไม่ได้เสียหายอะไร ไหนๆ ก็มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ครั้งเดียวเอง ก็อยากลองทำในสิ่งที่เราอยากเป็น แต่ก่อนหน้านี้ก็มีติดต่อมานะ แต่ตอนนั้นเรายังไม่ลงตัวแฟรเท็กซ์ที่พัทยาเพิ่งสร้างเสร็จก็เลยยุ่งๆ แต่ตอนนี้ลงตัวแล้ว”
“ก็ถือว่าเป็นงานที่ยากเหมือนกัน เพราะผมไม่ได้ไปเรียนแอ็คติ้งหรืออะไรเพราะหนังมันสั้น แต่ก็กได้คุยกับผู้กำกับ ถามเรื่องคาแรกเตอร์เขาก็อธิบายให้ฟังว่าบทนี้เป็นยังไง วันแรกที่ถ่ายทำก็คือตื่นเต้น ช็อก ทึ่ง งง คือทุกอย่างจ้องที่เราหมด ทีมงาน 20 คนก็มาจ้องเรา เอาไฟมาส่องเรา เอากล้องตัวใหญ่ๆ มาจับหน้าเรา เราก็ตื่นเต้นมาก”
“ตอนแรกๆ ก็ไม่มีไรหรอก แต่พอเขาสั่งแอ็กชั่นกลับลืมบท เพราะพอเอาจริงทุกคนเงียบมาก จนเราตื่นเต้น พี่เขาก็ดีไม่เป็นไร เขาก็ให้เราซ้อมอีกรอบแต่เขาก็อัดไว้ เราก็แบบพร้อมแล้วครับพี่ พี่เขาบอกไม่เป็นไรพี่อัดไว้เรียบร้อยแล้ว”(หัวเราะ)
“มันก็เป็นอะไรที่ยากพอสมควรสำหรับมือใหม่อย่างไร ผมก็พยายามทให้เต็มที่แต่บางทีก็เครียดเหมือนกันนะครับ แต่ไม่ถึงขั้นร้องไห้ ผมตัดสินใจเดินเข้ามาแล้วไม่มีหันกลับหลังแล้วครับ โชคดีที่พี่ๆ ทีมงานเขานิสัยดีกันทุกคน ไม่ทำให้เรากดดัน อยากได้อะไรเขาก็ช่วยเรา บางคนต้องแบบขอกินไรก่อนเพื่อจะแสดง พี่เขาก็เต็มที่เลย เวลาที่ผมท้อๆ ก็จะคิดถึงสิ่งที่พี่ๆ ทีมงานเขายอมสละเวลาให้เรา เราก็ต้องทำให้ได้ อาจะขอพักสัก 5 นาที”
“พอแสดงหนังเรื่องนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองกล้าขึ้น ตอนนี้ไม่เขินแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าผลงานจะออกมาเป็นยังไง ก็กลัวว่าจะเล่นแข็งเหมือนกัน แต่ก็อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า เกิดมาไม่ใครเก่งหรอก นอกจากหนึ่งในล้าน แต่มันต้องใช้เวลาที่จะฝึก ครั้งแรกเล่นไม่ดี ครั้งต่อไปอาจจะเล่นดี อยากให้ทุกคนให้โอกาส เข้าใจตรงนี้ซะด้วย”
“คือผมทำใจไว้แล้วครับกับเสียงวิพากษณ์วิจารณ์ ทุกคนก็ต้องโดน ไม่ว่าจะทำงานหรืออยู่ในวงการ นั่นคือความคิดของเขา เราก็เอาความคิดของเขามาส่วนหนึ่ง เราก็เอาตรงนี้มาปรับปรุงจนถึงจุดที่เราจะพอใจ”
“อยู่วงการนี้ต้องทำใจครับ บางคนอาจจะบอกว่าผมได้เล่นเพราะเส้นสาย ซึ่งจริงๆ แล้วผมอยากจะบอกว่า ผมไม่ได้เป็นคนที่ไปวิ่งหานักข่าว ตั้งแต่ผมเป็นแฟนทาทา พวกพี่ๆ นักข่าวทั้งหลายอยากรู้เกี่ยวกับตัวผมเอง นับตั้งแต่มีคนเริ่มรู้จัก ทุกวันนี้ผมก็ยังเหมือนเดิมยังเป็นคนเดิมที่แบบ ณ วันนี้ไม่ได้คิดว่าตัวเองดัง พ่อรวยมันเกี่ยวอะไรครับ ไม่เกี่ยวให้ดูที่ความสามารถ พอเรามีโอกาสได้เล่นบ้างแล้ว มันมีความพัฒนาขึ้นเราก็ต้องทำใจกับสิ่งที่เราจะตั้งคำถามเหมือนกัน ทำใจอยู่แล้ว ไม่เป็นไรคือเราไปบังคับให้เขาคิดอย่างนั้นไม่ได้ เราต้องเชื่อมั่นในตัวบ้าง ไม่ใช่ 100% แต่ต้องเชื่อมั่นบ้าง”
About the Author
Write a Comment
Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!